Profil de Za~top•:*´¨ⓩ a-t ⓞ P¨`*:•PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


3 octobre

ตุ๊กตาล้มลุก

 
 
ผ่านมาเข้าเดือนที่ 3แล้ว กะการทำงานที่นี่
 มีทั้งเหนื่อย ทั้งมีความสุข ทั้งท้อ และร้องไห้อยู่หลายครั้ง
แต่เมื่อวานมันก็ทำให้รู้ว่าหากเราทำเต็มที่กะมันผลตอบแทนที่กลับมามันช่างคุ้มค่าจริงๆ
"TEAMWORK" คำๆนี้ดูน่าจะให้ความหมายได้ดีที่สุด
หากเราหรือบางคนหยุด เมื่อวานก็คงไม่ใช่วันของเรา
TOP Club in Thailand & Top Club in ASIA
รางวัลแห่งความสำเร็จและพยายาม ของ TEAM NWW
 
 
ต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนที่คอยสอนงาน สอนประสบการณ์ดีๆ
เชื่อมั่นในตัวชั้น และสอนให้ชั้นคนนี้รู้จักเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
สอนให้ชั้นเข้มแข็งมากขึ้น ชั้นยังจำได้วันที่ชั้นนั่งร้องไห้อยู่ในโต๊ะทำงาน
 ชั้นพยายามร้องไห้เงียบที่สุด เพราะชั้นไม่อยากให้พี่คนอื่นมาเห็นใจชั้น หรือมาปลอบใจชั้น
เพราะชั้นมันเด็ก หากใครมาปลอบชั้นคงจะร้องไห้หนักมากมายขึ้นอีก
 แต่จริงๆชั้นคิดผิด พอพี่ๆมาเห็นก็มาตบไหล่แล้วก็บอกว่า เริ่มใหม่นะต๊อป
ต๊อปต้องเป็นให้เหมือนตุ๊กตาล้มลุกในอาชีพนี้
อือ ก็จริง! เราเริ่มใหม่ได้เสมอ แต่วันนั้นร้องซะมากมาย
ตาบวมมากมาย ร้องจนหมดสุดๆ
 

แล้วหลังจากวันนั้นชั้นก็เริ่มใหม่ สู้ใหม่อีกครั้ง และมันก็สำเร็จ
"...ชั้นเป็นตุ๊กตาล้มลุกแล้ว..."
จริงๆก็ไม่อยากมีวันที่ล้มนะ ชั้นไม่อยากร้องไห้เหมือนเด็กอีกแล้ว
แต่ในความเป็นจริง สักวันมันก็ต้องล้มอีก และสักวันก้ต้องลุกได้อีกครั้งเหมือนเดิม
 

พอวันไหนที่ไม่ได้ทำงาน เหงาจัง
อยากเจอเพี้ยนนะ แต่ในความเป็นจริงเราก็คงไม่ได้เจอกันหรอก
อีกนานกว่าจะได้เจอ  หรืออาจไม่ได้เจอกันเลยรึป่าวชั้นก็ไม่รู้
จะปล่อยให้ชั้นอยู่ไปแบบนี้อีกนานแค่ไหน

ให้รู้สึกอยู่แบบนี้..ห่างกันไปจริงๆเลยจะดีกว่านี้รึป่าว
จะได้ไม่รู้สึกแย่ๆ
 
6 août

AnNiveRsaRy 1st year for RetuRn

 
เมื่อวานเป็นวันครบรอบของเราแล้วนะ
ตัวเองเคยบอกว่า นับไปทำไม เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปจำทำไม
ก็คิดแต่ว่าวันนี้มันก็เป็นวันสำคัญวันนึงของเรา มันเป็นวันเก่าๆที่น่าจดจำ
ถ้าไม่มีวันนั้นแล้วเราจะมีวันนี้รึป่าว จิงมั๊ยล่ะ เค้าก็เลยรู้สึกดีกับวันนี้เป็นพิเศษเลยมั้ง
ครบรอบทั้งที แต่เราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
จิงๆวันนี้เค้าตั้งใจไว้ว่าอยากไปโน่นนี่กะตัวเองมากมาย
แต่ทำไงได้เนอะ เค้าฉลองคนเดียวก็ได้ T^T
รู้มั๊ยว่าเวลาที่เค้าทำงาน เวลาไปออกบูธเจอผู้คนมากมาย
เจอคู่รักเค้าเดินหนุงหนิงกัน เกาะแขนกัน จับมือกัน
เค้าอ่ะคิดถึงตัวเองที่สุดเลยนะ
เมื่อวานอะเค้าเป็นเอามาก
ก็เค้ายืนออกบูธกะพี่อีกคนแล้วหันไปเห็นคู่อื่นๆ เค้ารู้สึกอยากร้องไห้อะ
ยืนมองดูคู่อื่นๆ มากมายหลายคู่
จนพี่เค้าถามว่าต๊อปเป้นอะไรรึป่าว ไม่สบายรึป่าว จมูกแดงๆ
เค้าก็ต้องฝืนยิ้มๆ ละบอกพี่ว่าไม่เป็นไร แล้วก็ทำงานต่อ เฮ้อ -*-

แล้วเมื่อคืนกลับบ้านมาเค้าก็ป่วยหนักเลย
แต่เค้าบอกตัวเองไว้ว่าพรุ่งนี้จะไปหาเลยรีบนอน
แต่สุดท้ายวันนี้ก็ไปไม่ทัน ก็เพราะว่าเค้ามัวแต่หาร้านทำตรายางอยู่อะ
แบบไข้ขึ้นแล้วก็มาเดินๆ แดดร้อนๆ เดินวนไปมาจนรู้สึกจะเป็นลม
พอจะเดินกลับ เลิกคิดแล้วเพราะหาไม่ได้ รีบไปหาตัวเองดีกว่า ดันเจอร้าน
แล้วสุดท้ายก็เกือบห้าโมงตัวเองก็โทมาบอกว่าเด๋วตัวเองต้องไปทำวัตร
เค้าก็....เข้าใจนะ แต่แบบ  ไม่รู้ดิ ก็มันคิดแล้วแล้วอะว่าวันนี้จะได้เจอ
มันดีใจไปแล้ว ตั้งความหวังไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ
กลับมาถึงบ้าน นั่งร้องไห้ 555 กุมันบ้าบอ ขี้แงไม่เข้าเรื่อง

ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะไม่ได้อยู่ข้างๆกัน
ไม่มีตัวเองมาทำให้เค้ายิ้ม  มาทำให้หัวเราะ มาทำให้งอน มาทำให้ร้องไห้
ที่สำคัญไม่มีตัวเองมาร้องเพลงด้วยเสียงเพี้ยนๆให้เค้าฟัง
เค้าคิดถึงตัวเองอะ มาร้องเพลงให้เค้าฟังหน่อยเค้าจะได้หายเครียดอะ
แต่ไม่เป็นไรเค้าจะอดทนนะ อดทนให้มากๆตั้งใจทำงานมากจะได้ไม่ต้องนึกถึงตัวเองมากนัก

     "...หวังว่าพุธหน้าเราคงได้เจอกันจิงๆซะที
    เค้าอยากเจอตัวเองมากๆเลยนะ เค้าเหนื่อย..."
 
3 août

^__^ Pass Training & 2 Days @FF

 ---------------------------------------------------------------------
Pass the Training Exam @ Landmark NaNa
 
ในที่สุดวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ผ่านช่วงเวลาของการ train งานได้แล้วก๊า
เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่ก็ทุ่มไปสุดตัว เอาซะป่วยเรย
สอบตอนเช้า 9โมง แบบว่ากดดันสุดๆ
ข้อเขียนคิดว่าทำได้เยอะ แต่ดันสะเพร่ามากมาย เขียนไม่หมดก็ไม่ได้คะแนน
ที่สำคัญช่วยติวให้คนอื่น แต่ตัวเองได้คะแนนน้อยกว่าอีก 555
พอเสร็จก็ต่อด้วยการ Roleplay อันสุดแสนจะโคดๆยากมากมาย
สอบผ่านแต่พี่เค้าคอมเม้นว่า พูดเร็วไปนิดน่ะคะ หุหุ มันเรยติดๆนิดนึง
ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดีมีคะแนนรองท๊อปมาเป็นกะลังใจ  อิอิ
คุ้มค่ากะการที่นั่งท่องจนตี 1 บวกกะนอนไม่หลับอีกจนตี 2
และด้วยสปิริตก็เข้าไปคลับอีก ไปผ่อนคลายๆซะนิดส์นึง
เลยไปเข้าห้อง Stream อะเจ๊อยากตาย
ร้อนตับแตก ควันท่วมห้อง หายใจมะออกค่า
จิงๆเค้าต้องให้เอาน้ำราดเรื่อยๆตอน 5 นาที
แต่ช้านคนนี้ 2-3 นาทีเนี่ย ก็ราดน้ำเลย แบบว่ามันหายใจมะออกอะ
แต่อดทนเพราะอยากขจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งไอ้เจ้าเนี่ยที่เค้าเรียกมันซะดูดีสวยหรู
แต่มันก็คือ  ไอ้ขี้ไคล อันหนาเตอะของเราเนี่ยแหละ
เข้าไปห้องนี้เนี่ยได้ผลสุดๆ มันออกมาได้ดีจิงๆมากมายขนาดที่ว่า
ขัดๆถูๆจนตัวผอมลงไปนิ้วนึงกันเลย มันหนาจิงๆอ่า
หลังจากนั้นก็ไปอาบน้าม แล้วก็ไปช็อปกะเพื่อนโอ
บังเอิญจิงๆเลยกุกะเมิงเนี่ยทำงานตึกข้างๆกันแท้ 555
เลยได้เจอเมิง คิดถึงเมิงมากมายแต่ว่าเทรนงานเสดละ เรยอดเจอกานเรย
ละ2 ทุ่มก่าๆกำลังจะกลับบ้าน จู่ๆฝนก็หยดมาสองแหมะโตๆ ละก็ซ่าาาาาา ตกหนักมากมาย
จากที่หายป่วยจากการเข้า Stream ก็ต้องป่วยเหมือนเดิม
เพราะกุลากตัวอันเปียกๆไปขึ้นรถเมล์ แระแอร์ก็เป่าหัวซะปลิวเรย
เมื่อไหร่จะหายป่วยคะเนี่ย นู๋จะทำงาน นู๋ไม่มีเวลาป่วย
 
---------------------------------------------------------------------
 
วันที่ 1 @ FF ค่า
 
แล้วเมื่อวานค่าก็ได้เริ่มทำงานจริงซะที  จาบอกว่าอยากร้องไห้มากมาย
ปวดขาสุดๆกะการลงบูธ ขานู๋ยิ่งแบบว่า ปวดง่ายมากมาย
ละก็เจอพี่ใหม่ๆได้สนิทกันมากขึ้น พูดคุยเป็นตัวเองมากขึ้น
แล้วก็ได้เพื่อนแผนกอื่นทั้ง ซายกะอิ๋ว Reception สองคนนี้ก็เด็กใหม่
ตอนแรกไหว้เราเฉยเรย ประมานว่าแผนกกุแต่งตัวแบบดูแก่นิดส์นึง
รึหน้ากุมันแก่ก็ไม่รุ้  ไม่รุ้อันไหน 555
แล้วก็รู้จักกะพี่ๆครูฝึกมากขึ้น ซึ่งก็รู้จักกัไว้เพื่องานคะ
พยายามไม่คิดมาก ไม่หยิ่ง เพราะพวกนี้มีแต่หม้อๆกานเป็นแถบ
ตัวอิฉ้านก็นิ่งๆไว้ค่า เพื่องานๆ ทำงานๆ
จิงๆแล้วไม่ว่าจะเป็นแผนกไหนเราก็ต้องดูเค้าไปเรื่อยๆ
ต้องค่อยๆดู ค่อยๆตัดสินว่าคนไหนที่ควรจะคบเป็นเพื่อนร่วมงานได้
ที่ไว้วางใจได้ ชั้นจะอดทนรอดูพวกเค้า
เพื่อสักวันชั้นจะได้เจอเพื่อนร่วมงานที่ดีๆ แล้วที่ไว้ใจอย่างที่ชั้นต้องการ
วันนี้คุยกะพระกันเรื่องทำงานวันแรก ก็กุจะร้องไห้ แบบมันรู้สึกว่าต้องอดทนกับเพื่อนใหม่
ต้องอดทนกะเพื่อนร่วมงานที่หน้าไหว้หลังหลอก พอเราพูดๆๆพระก็สอนๆๆมากมาย
เราก้รู้นะ แต่แบบความรู้สึกอะ มันก็คิดอะ พอพระพูดโดนจุดก็เลยน้ำตาร่วงเรย
พระก็รู้แหละว่าเราเป็นคนยังไง แถมเรายังร้องไห้เก่งอีก
เพราพระบอกว่า ต่อไปอย่าร้องไห้ให้คนอื่นเห็น อยากร้องก็ร้องไปให้พอ
ระบายออกไปให้หมด  เห้อ ชั้นร้องหนักเรย ละก็วางๆไป
พรุ่งนี้เรยอดไปหาพระเรยอ่า แต่วันพุธมะพลาดแน่
อยากเจอๆ เป็นห่วงเหมือนกันนะ  ดูแลตัวเองดีๆนะเพี้ยน
 
 
---------------------------------------------------------------------
 
วันที่ 2 @ FF ค่า
 
วันนี้ก็ทำงานไม่ค่อยเหนื่อยดีใจมากมาย
แต่ว่าวันนี้ต้องไปเรียน Product เลยโดนไปออกกำลังกาย
power pack 1-2-3 นี่ขนาดวันนี้ทำไปนิดเดียวนะเนี่ย
แทบตายค่า ปวดขามั่กๆ คุนพี่ครูฝึกก็ให้นู๋ฮึดๆเหลือเกิน
แบบตะคริวจากินขา ให้ไปเดินๆๆ เสดก็มายืดกล้ามเนื้อ
แล้วต่อด้วยMachine นิดนึงแล้วก็ไป Stapper ตัวนี้เรยค่าแทบตาย กัวขาปูดอะ
ปวดขามั่กๆ เกร็งๆ แต่พี่เค้าบอกไม่ปูดๆ มันช่วยกระชับส่วนล่างทั้งหมดเลย
โดนไป 3 นาที นึกว่าจะพอ ให้พักประมาน 10 วิ ละก็ต่ออีก 3 นาที แทบร้องไห้อ่า
จากนั้นก็ไปต่อZone Weight เล่นไป 3 ตัว ทำอย่างละ 3 เซต วนไปวนมา จนกุมึนเลย
ปกติเป็นคนไม่ค่อยมีเหงื่อ แต่วันนี้ค่าเหงื่อไหลเป็นน้ำตกเลย ละก็ให้พักกินน้ำ  3 วิ
ละก็ต่อด้วยการไปวอร์มขา เค้าให้ทำ 3 เซต แต่กุบอกเค้าว่า นู๋ตะคริวจะกินขาละค่า
เค้าเรยลดให้ และก็ตบท้ายด้วยการไปปั่นจักรยาน 15 นาที ยังไงล่ะกุ
พี่เค้าบอกจะได้คลายกล้ามเนื้อลง อ่าน้องต๊อปก็ทำคะ บ้าพลัง
อยากเล่นมานานแล้ว ของฟรียิ่งชอบ ตั้งปณิธานไว้แล้ว
ก่อนทำงานต้องมาฟิตเนสให้ได้ จะได้ผอมๆ อิอิ
 
แล้วก็เลิกงาน กลับบ้าน กินข้าว อาบน้าม นั่งฟังเพลงนิดนึงและนอน
ชีวิตคงเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตามวิถีของมะนุดเงินเดือน
วันหยุดนอนนนนน...
 
พรุ่งนี้สู้ต่อค่า พรุ่งนี้มีประชุมใหญ่ทุกสาขา จะได้เจอเพื่อนๆMC รุ่นเราแล้วดีใจๆ
คิดถึง MC รุ่นเรามากมาย โดยเฉพาะต้นกะพี่โอเปิ้ล  อุอุ
วันไหนไปเหวี่ยงกัน อันนี้ต้นบอก
แล้วเมื่อไหร่ดีนะ   อันนี้กุคิด
แล้วก็คิดต่อไปว่า คงไม่มีเวลาแล้ว  งานจ่อตูด กดดันโสตประสาทมากมาย
สรุปคือ อดไปกันแล้วค่า 555
  
---------------------------------------------------------------------
 
 
28 juillet

คิดถึงอีกแล้ว

 
วันนี้ Train งานวันที่สามค่า  เข้า 9 โมงเช้า
อีน้องต๊อปไป 9.10 แบบว่าวันนี้รถบนทางด่วนติดมั่กๆ ขึ้น BTS ก็คนแน่น
แต่ก็รีบเรยขอเบียดๆชาวบ้านเข้าไป ไม่งั้นคงไปมะทันอ่า ไปถึงก้พอดีเริ่มพอดีเล๊ย
นั่งเรียนงานแต่เช้า ละก็ฟังพี่เค้าพูดๆ ละก็สอนท่องสคริป
ก็ดีนะ หนุกๆดี รู้สึกภูมิใจนิดนึงที่ท่องสคริป acting ดี 555
ยังกะแสดงละคร ต้องตีบทแตก ต้องร่าเริง บ้าพลังตลอดเวลาเรยค่ากุ
 
 
ซึ่งในชืวิตจิงๆ กุพูดน้อยมากกะคนที่มะสนิท
คนที่สนิทเท่านั้นที่จาได้เห็นความบ้านในตัวข้าพเจ้า เช่น ชาวอิอิ และเมทๆ 2o7
แต่วันนี้ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเงิน 555 ฟังดูดีมะ ต้องยิ้มๆเข้าไว้ แม้ในใจกุมันจาฝืนก็ตาม
ต้องร่าเริงเข้าไว้ แม้กุจาร้องไห้ อึไม่ออก ปวดท้องเมนส์ ก็ตาม
ก็ดีนะ สอนอะไรมากมายอีกหลายอย่าง
 
 
ละพอตอนเย็นค่า รีบไปเลยฟิตเนสกะเพื่อนใหม่
เริ่มด้วยเพื่อนลากไปวัดไขมันค่า เพราะคนอื่นเค้าวัดกันหมดแล้ว
Age 22 Height 165 Weight 47.6
ดัชนี้กาย 17.5 พี่เค้าบอกค่อนข้างผอม เป็นไงล่ะ อึ้งเลย
มาดูการเผาผลาญ 5482 KJ วันนึงร่างกายรับได้ 1310 kcal ห้ามกินเกินนี้ค่า
ความด้านของร่างกาย(ไม่รุ้จะแปลไรดี ประมานว่าพี่เค้าบอกถ้ากุเหยีบตะปุ ชาวบ้านเค้าเจ็บไปแล้ว แต่กูอ่ะยังไม่รู้สึก จาอีกซักพัก)
ซึ่งคนปกติเค้าจาประมาน 200-600 แต่กุปาไป 741 ค่า กุมันด้านชา
น้ำหนักไขมัน9.5 kg น้ำหนักร่างกาย(สมอง กระดูกฯลฯ)38.1kg
แต่ถ้าจะให้ดูดูรายละเอียดการเผาผลาญ บราๆๆ ทั้งหมดนี้กุควรหนัก 45.9 kg
ซึ่งต้องลดให้ได้ 1.7 Kg ค่าท่านผู้ชม กุจาทำได้มะเนี่ย
 
 
ก็เรยรีบๆไป Burn ด่วน เริ่มต้นอะอยากเข้า GX
วันก่อนไม่เข็ด เต้นไม่ทัน วันนี้ค่ายากก่า Easy Move อีกยังกะแดะไปเข้า
ละก็ต้องรีบเผ่นออกมาอายชาวบ้านเข้า เต้นมะเป็น
เลยออกมาเดินๆบนลู่วิ่ง ด้วยความที่กุมะเคยวิ่งบนลู่เลย
ละพอจะวิ่ง กุก็จาล้มๆ ปล่อยมือมะได้มึนหัว เลยต้องเกาะไว้ตลอด
แล้วอาศัยการเดินเร็วๆเอา แต่เน้นว่ายังคงต้องเกาะ
ถ้าจำมะผิด Burn แคลอรี ไปประมาน 50 ในเวลา 15 นาที นานจิงว๊า
พอเดินลงมาก็ยังรู้สึกว่ากุเดินอยู่บนไอ้เครื่องมะกี๊อยู่ ขามันหยุดไม่ได้อะต้องเดินๆๆ 
คนอื่นเค้าเป็นเหมือนกันมั่งป่าวก็ไม่รู้ แล้วทำไมกุเป็นอะ
ละจากนั้นก็ไปย่ำๆไอ้เครื่องที่มันลดต้นขา กะชับบั้นท้าย ซึ่งกุจาทำไปไมก็ไม่รู้
ขากุเล็กกว่าตัวเวอร์ไปแระ ที่อยากลดอ่า แขนค่า ใหญ่เวอร์มากๆ
แต่มันต้องมีครูฝึกเรยอด ซักพักไปเข้าห้อง Mind Body เล่นบอลหนุกๆ
งานนี้แขนเล็ก หน้าท้องเฟิร์มสุดๆ เหนื่อยมาก ออกกะลังกายกะไอ้ลูกกลมๆเนี่ยขอบ๊อก
ห้องก็เปิดฮีทเตอร์ แทบตายเรยค่า ออกมาได้เหงื่อสุดๆ  แล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้าน
 
 
 พอตอนรอ BTS หยิบ Tel มาดู เพี้ยนโทมาด้วยอ่า
ก็อยากโทนะ แต่กัวหลับแล้ว เรยยังมะโท ละก็นั่งรถ 515 กลับบ้าน
แล้วเสียงเพลงรักเธอไปทุกวันก็ดังขึ้น เพลงนี้เพี้ยนชอบร้องแบบโหยหวนให้เค้าฟัง
ร้องโดยไม่สนใจ ไม่แคร์ความรู้สึกใครสักนิด แบบว่ามั่นมากกกกเค้าคนนี้
ก็เลยคิดถึงเลย ละผ่านแถวๆสวนนันอีก พอลงรถเรยรีบกดโทรๆหาเพี้ยนทันที
ละก็ยังมะนอนด้วยอ่า ดีใจได้คุยอยู่ซักพัก คิดถึงเพี้ยนจัง เกือบจะบอกไปละ
บอกไปเนี่ยบาปแน่เรย 555 ก็เล่าๆโน่นนี่ให้ฟังมากมายว่าวันนี้เราทำไรบ้าง
เห้อ อยากว่างเร็วๆจังจะได้ไปหาอ่า  คิดถึงแล้วอ่า
แต่ไปก็นะ ได้แต่มอง ได้แต่ยิ้ม แต่แค่นี้ก็ดีแล้วนี่นา
เพ้อเจ้ออีกแล้ว...เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ดีกว่าเนอะ
ว่าพรุ่งนี้จะไปเล่นอะไรดีน๊า...ละจะได้หาเรื่องโทไปเล่าให้เพี้ยนฟังอีกตอนเย็นๆ
 
27 juillet

MoDe:อีนู่ต๊อปสู้ๆ จ้า

 
ฮือๆ Train งานเหนื่อยมั่กๆเรยอ่า
แบบว่าเข้า 10 โมง เลิกสองทุ่ม
สองวันที่ผ่านมาก็นั่งฟังพี่เค้าโทรหาลูกค้า
ฟังการประชุมทีม ฟังการ 10 Minutes แบบว่าบรรยากาศนั้นถ้าเป็นกุๆแย่แน่เรย
มันเป็นการเรียกพนักงานเข้าไปพบผู้จัดการรายคน ว่ามีปัญหาไรบ้าง
ทำไมขายไม่ได้ มีปัญหาชีวิตไรมั๊ยต้องเล่าหมดเปลือก
 

แล้วก็ไปออกบูธกะพี่ๆ มะวานไปยืนแป๊บเดียว แต่วันนี้ค่าไปยืนเกือบสองชั่วโมง
ละก็มาคิดว่า เออนี่กุหาเรื่องให้ชีวิตดีเนอะ มาทำงานนี้
แต่เงินดี 555 อดทนไว้
ละพอเย็นๆก็มาดูการพาลูกค้าชมคลับ จากนั้นก็ไปลองออกกะลังกาย
วันศุกไปเต้น Easy Move ชื่อมันง่ายๆ แต่ว่าเต้นโคดจายากกกส์ค่า
กุเต้นมะทัน ท่าพี่เค้านี่อภินิหารโคดเซียนเรย
แต่มะวานเข้า Body Jam มันส์สุดๆพะย่ะค่า แนวมันทั้ง ละติน ฮิพฮอพ หนุกๆ
เต้นได้ด้วย ละแถมครูสอนก็เท่ดีอ่า น่ารักากกกกมากมาย เหอๆ
จากนั้นก็อยู่รอสรุปงาน ละก็กลับบ้านประมาน 2 ทุ่ม
 

ถึงบ้านสองทุ่มครึ่ง ละก็รีบกินข้าว วันศุกก็นอนสลบคาที่เลย
น้ามมะได้อาบด้วยยยสุดๆ  ก็เพราะไม่สบายเนี่ยสิ
แย่เรย ไม่สบายช่วงนี้ยังเทรนงานมะผ่านเรยอ่ะ เด๋วทำไม่ได้เต็มที่
ส่วนมะคืนง่วงแสนง่วง แต่ก็อยู่ช่วยดูงานเพื่อนจนดึก
พอจานอนก็คิดถึงเพี้ยน เรยsms ไปหาอ่า
แบบมันรุ้สึกเหนื่อยสุดๆจนอยากร้องไห้อยู่แล้ว
ละก็คิดถึงเพี้ยนมากๆด้วยอะ  ส่งเสดปุ๊บละก็สลบคาที่เรย

ตื่นเช้ามาเป็นไข้งอมแงม นอนซม หัวหนักโคดๆ
ละซักพักเพี้ยนก็โทมาหาเค้า ดีใจสุดๆเรยอ่ะ
คงเป็นห่วงเค้าใช่ป่าว คิดถึงเค้ามั๊ยน๊า
ถามเค้าว่าวันนี้ไปหามั๊ย เค้าก็อยากไปนะ
แต่มันไม่ไหวจิงๆอ่า คงไปสลบคาที่อยู่ที่ไหนสักแห่ง
เพี้ยนก็บอกให้เค้าไปพักผ่อนเยอะๆ คิดถึงตัวเองจังเรยอ่า อยากเจอที่สุดเรยนะ
แต่เค้าก็ต้องสู้กับงานต่อไป เหนื่อยจังค่า
ละวันต่อไปจะเป้นไงเนี่ยเหลืออีก 4 วันค่า สู้ๆต่อไป ต้องทำให้ได้
 
22 juillet

นู๋จะได้เป็น ''มะ-นุด-เงิน-เดือน'' แล้วก๊ะ

 
 
วะ วิ ฮิ๊วววว
ในที่สุดก็มีงานทำซะทีแล๊นนน
โทรๆๆๆ ความรู้สึกแบบตื่นเต้นดี
อย่างงี้นี่เองหรอที่เค้าเรียกว่าคนมีงานทำ
โทบอกแม่คนแรก   แล้วก็โทบอกยาย
และโทหาพระเพี้ยน ^__^
แม่ตื่นเต้นยิ่งกว่าเราซะอีก
ยายก็เหมือนกานเป็นห่วงโน่นนี่ให้พรหลานซะมากมาย
ต๊อปรักยายมากๆเลยน๊า
ละอาก็โทมาหาโทมายินดีแล้วก็สอนๆชีวิตการทำงาน
ละพี่ก็โทมายินดีอีกคน
 

ความรู้สึกตอนนี้ก็ดีนะ แต่ไม่รู้พอทำงานจิงๆมันจะเป็นแบบไหน
อาจรู้สึกมีความสุขที่ทำ รึอาจไม่มีก็ได้
มันก็้ต้องลองดูต่อไป
ช่วงนี้ก็เหมือนเป็นช่วงเก็บสะสมประสบการณ์
เพื่อค้นหาตัวเราเองว่าชอบอะไร รักอะไรกันแน่
จิงๆชั้นก็เรียนได้ทุกอย่าง คิดว่าทำได้ทุกอย่าง
แต่ถ้าให้เลือกระหว่างสิ่งที่เราทำได้ กับสิ่งที่เรารักที่จะทำ
ก็คงเลือกอย่างหลังมากกว่า
สำหรับงานนี้ก็คงต้องลองดู สู้ๆกานไป
 
ขอพรจากหลวงพ่อฯให้หนูเจอกัลยาณิมิตร
พบเจอแต่คนที่มีศีลธรรมที่ดีเท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่า สาธุ
 
 
20 juillet

ร่ายเรียง เรื่องราว

 
*******************************************************************************
 
<< บทที่ 1 >>
[สปช.--สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต]
 
กลับมาละจ้า แบกบุญมากซะหนักมากมาย
ก็นะแบบว่าวันทั้งวันตื่นตีสามกว่าๆ ตื่นมาสวดมนต์ๆๆๆ
ช่วยแม่ชีหั่นผัก ปลอกผลไม้  จัดจาน เรียงจาน ยกของ มากมายๆ
และที่สำคัญล้างจานนนนน  อันนี้แทบตายก็ช่วงเทศกาลจานล้นวัดเลยค่า
แม่ชีมาถึงก็โยนโครมๆๆๆละก็กระเด็นเข้าหน้ามากมาย ถึงขั้นจิตตกว่ากุมาทำอะไรเนี่ย
แต่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นการได้นั่งเจริญภาวนา การได้ฟังคำเทศน์ของพระ ฟังคำสอนจากแม่ชีหลายท่าน
ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่จะนำมาใช้ในชีวิตของเราต่อไปในอนาคต
วันแรกที่ได้เข้าไปก็ไม่ได้คิดว่าเค้าจะรับเราบวชเพราะเย็นมากแล้ว
ก็บอกหลวงพ่อฯว่าหนูตั้งใจจิงๆนะคะ และให้ท่านเมตตารับหนูเป็นลูกศิษย์อีกคน
แล้วก็ได้รับให้บวช พอเจอหลวงพี่ที่รับบวชเค้าก็สอนเราบอกว่า
"การบวชครั้งนี้อาจสอนให้เราอโหสิให้กับคนที่เค้าเคยพูดไม่ดีกับเราเอาไว้ ทำไม่ดีกับเราไว้ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นบุญแก่ตัวเรา"
หลวงพี่บอกว่าแบบนี้อึ้งนิดนึง รู้ได้ไงอะคุนหลวงพี่ 555
ละเช้าวันแรกที่ตื่นมาก็มีแม่ชีเรียกให้ไปช่วยส่งภัตตาหารเช้าให้หลวงพ่อฯที่เรือนไม้สัก
ไม่เคยรู้ ไม่เคยไป พอได้เห็นรู้สึกขนลุก และดีใจที่คนที่แม่ชีเรียกใช้คือตัวเรา
ไปเสิร์ฟที่หน้าโลงทองของหลวงพ่อฯ และไปกราบท่านแต่เช้า นับว่ามีบุญนะเนี่ยที่ได้ทำ อิอิ
และสิ่งที่ประทับใจในวันสุดท้ายเลยก็คงจะเป็นการได้เข้าพบแม่ชีหวานใจ
ซึ่งท่านรู้ทุกอย่าง เจอหน้าท่านเราก็กราบ ท่านก็มองหน้าและถามเราว่า
"บุญ คืออะไร " เราก็ตอบไปมั่วๆ แม่ชีท่านก็สอนว่า
"บุญ คือ ความใส ใส  ความสบาย ถ้าหนูมีความสบายความใส
ใครว่าอะไรไม่เก็บมาคิด ไม่เถียงกลับ ปล่อยเค้าไป 
เราจะสบาย จะใส นั่นคือบุญของเรา ให้หนูเอาไปใช้ในชีวิตครอบครัว"
หนูจะจำคำพูดท่านตลอดไปเลย
เป็นการบวชแบบจิงจังครั้งแรกที่ตั้งใจมากแล้วก็ประทับใจจริงๆ
แม้จะเจออะไรที่ไม่ดีในการบวชบ้าง แต่หากเราคิดว่ามันสบาย มันใส มันก็จะดีกับตัวเราเอง
นั่นก็คือ บุญ
 
 
 
*******************************************************************************
 
 
<< บทที่ 2 >>
[สปคร.--สร้างเสริมประสบการณ์ความรัก]
 
ละวันนี้ก็ไปเจอเค้ามาด้วย ซื้อขอไปถวายแบกไปหนักมากมาย
แถมนั่งรถผิดสายอีก เดินๆๆตากแดดๆๆ แต่ก็นะอดทน
ซื้อนมๆๆและ พริงเกิลไปถวายสองป๋อง กะโรตีสายไหมของสุดโปรดของท่านเค้า
พอเจอหน้าก็นะมองหน้าอยู่นาน วางตัวมะถูกก็ไปคนเดียวเนี่ยดิ๊ ชวนเพื่อนละมะยอมไปด้วยกัน(โกด)
มองหน้าละน้ำตาจะไหล 555 บ้าบออีกละก็เล่าๆโน่นนี่ให้เค้าฟังมากมาย
เค้าก็เล่าๆยาวเหมือนกาน เห็นบอกว่าช่วงนี้รวยด้วย อิอิ
เห้นบอกว่าออกบิณฑบาตเดินตากฝนด้วย ถอดรองเท้าก็เจ็บเท้า
นั่งขุกเข่าท่าผู้ชายก็เจ็บนิ้วเท้า กัวจะแทนหักจัง ก็เท้าเค้ามะค่อยดีอ่า
แถมวันนี้ก่อนเราไปยังโดนแมวกัดอีก รักสัตว์เล่นกะแมวตั้งท้องโดนเข้าเลย
ที่สำคัญเป้นข้างเดียวกะที่โดนหมากัดอีก น่าสงสารอ่า
แต่เหมือนเค้าจะเบื่อกะการเป็นพระซะแล้ว เห็นพูดแปลกๆ
ก็นะเข้าพรรษาแล้ว ปวารนาตนแล้วจะทำไง บวชเป็นพรรษาก็ดีอยู่แล้ว
แต่ที่รู้มามันไม่ใช่แค่สามเดือนแล้วเนี่ยสิ ตุลาปลายๆอ่ะ
สรุปว่ามันกี่เดือนกันละเนี่ย T__T
คุยกันอยู่ยาวพระก็ไม่นั่งให้เรานั่งพระก็ยืนคุย
พอหมดเรื่องคุยเราก็มองหน้า แอบทำหน้าซึ้ง 555
ก็จะพูดว่าคิดถึงก็พูดไม่ได้ แค่คิดเนี่ยก็บาปมากแล้ว
แต่เค้าก็คงรู้แหละ ก็เรามองซะน้ำตาเราจะไหลอยู่แล้วอ่า
เค้าก็เลยบอกเราว่า "จะมาอีกก็ได้นะไม่เป็นไรหรอก"
อือ ฟังแล้วก็ดีใจนะ แต่ว่าไปแล้วรู้สึกฟุ้งซ่านกว่าเดิมก็ไม่อยากจะไปหรอก
ไปแล้วตัวเราเองต้องเก็บไปแอบร้องไห้ แอบคิดถึงให้บาป 555
ก็เลยฝืนๆบอกไปว่า "อือ คงไม่ค่อยได้มาแล้วแหละ" ละก็ได้แต่ยิ้ม
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ไป
แต่ไม่รู้จะอดทนได้มากแค่ไหน ก็ไปแล้วก็แอบเศร้าแบบนี้
ไม่เจอกันเลยจะดีใจกว่ามั๊ย นานนนนนๆๆๆๆ ค่อยเจอกันทีดีกว่า
สามเดือนเจอกันที -*- แป่ว   ไม่ขำอ่ะ

เห้อ!!! ยางงาย    อาราย   ทามมาย     มากมาย  รายกุฟร่ะ อีกแล้ว
 
 
*******************************************************************************
16 juillet

สุดท้าย ขันติแตกจนได้

 
 
อุอุ  สุดท้ายวันนี้ก็ทนมะไหว 555
โทไปหามาเรียบร้อย บาปกำรึป่าวก็ไม่รุ้
แต่ก็ดีนะ  ทำให้ชั้นรุ้สึกดีขึ้นมากๆเลย
 
จากตอนแรกบ่นพร่ำเพ้อว่าจะเป็นยังไงบ้างน๊า?? เพ้อเจ้อคนเดียวมากมายๆ
ชั้นถามเค้าว่า "เป็นไง อยู่ได้มั๊ย เจอผีป่าว กัวป่าว ร้อนมั๊ย หิวมั๊ย" อย่างที่คิดอยากจะถาม
เค้าก็บอกว่า "เค้าอยุ่ได้ ไม่เจอผี ผีไม่มีหรอก(จิงหรอ>o<) ร้อนแต่ว่ามีพัดลม2ตัวแล้ว  ละก็ไม่หิวชินแล้ว"
พอได้คุยก็หายห่วงแล้วแหละ แต่เห็นบอกวันก่อนมะมีของฉันตอนเพล ต้องซื้อกินเอง
ก็อดเป้นห่วงไม่ได้อยู่ดี วันไหนไปจะขนของกินไปถวายเยอะๆเลย ตุนเอาไว้ยามมะมี
จะไม่ไม่ต้องห่วงมากกกก
 
สงสัยชั้นต้องไปฝึกวิชาพุทธศาสนาซะใหม่
พูดผิดๆถูกๆ มั่วไปหม๊ดดด น่าอับอาย
เค้าบอกจำวัด อ่าชั้นงง แปลว่าไรว๊า -*- ลืม
แล้วทำวัตรล่ะ เหมือนกานป่าว ก็งง
ดันเผลอเรียกว่า"ตัวเอง" ไปซะอีก 555
ลืมตัวทุกที ดีที่มะเผลอบอกคิดถึง เกือบละอ่าตอนจะวาง 555
 
วันพุ่งนี้ชั้นก็จะไปบวชแล้ว..
ก็คงไปซึมซับเอาธรรมะมาใช้ให้มากๆ
เค้าก็บอกให้เราตั้งใจมากๆ จะพยายามที่สุดเลยนะจ๊ะ
ตั้งใจๆ สู้ๆ กานทั้งคู่เลย 
 
PS..หวังว่าเขียนบ่นแบบนี้คงไม่บาปหรอกเน๊อะ
      ..ก็คนเค้าคิดถึงนิ๊ แง่ว T__T
 
 
 
 
14 juillet

ขันติ ได้แค่นี้เองหรอกุ

 
1 วันผ่านไป ยังกะหนึ่งเดือนวะ
งื่ม...อุส่าหนีมาอยู่บ้านยายไกลแสนไกล
พยายามสงบจิตใจ ไม่ให้นึกถึง
แต่ว่าวันนี้ค่า...เสียงเพลงจากข้างบ้านลอยมาเบาๆ
"...Country road... take me home..."
ได้ยินปุ๊บจู่ๆน้ำตามันก็ไหลมาทันที
ก็เพลงนี้เค้าคนนั้นชอบนิน่า พยายามแล้วพยายามอีกไม่ให้นึกถึง
ดูท่านข้างบ้านเค้าเปิดเพลง เอาซะกุซึ้งเรย มาให้กุนึกถึงกานอี๊ก
จิงๆเค้าก็แค่ไปทำสิ่งดีๆ เค้าก็ไม่ได้หนีหายไปไหน
แต่ทำไมชั้นถึงงี่เง่า ร้องไห้มากมาย
ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นได้แบบนี้

ตื่นเช้ามาไปขี่จักรยาน ขี่ไปเรื่อยๆ พอนึกถึงว่าเค้าจะทำไรน๊า??แล้วน้ำตาก็ไหล
นั่งดูทีวีเปิดเจอพระเอกนางเอกเค้าสวีทกันก็น้ำตาไหล
นั่งกินข้าวอยู่คนเดียวน้ำตาก็หยดลงจาน
ยืนมองกระจกก่อนล้างหน้าน้ำตามันก็หยดแหมะๆลงมา
พอจะนอนก็นอนไม่หลับ กลิ้งไปๆมาๆแล้วก็นึกถึงว่าเค้าจะหิวมั๊ย
จะร้อนรึป่าว จะกัวรึป่าว นอนหลับรึป่าว จะตื่นไหวมั๊ย
แล้วน้ำตาที่มันอั้นไว้ก็ไหลมามะหยุดเรยคราวนี้ 
เล่นซะกุร้องสะอื้นกันไปเลย  ตาปูดกันทุกเช้าเรยทีเดียว
 
 
เห้อ!! ความอดทนชั้นมันน้อยจิงๆ
นับถือเธอจิงๆเก่งจังที่อดทนได้มากเหลือเกิน
 
v
v
v
v
v
v
คิดถึงง่าาาาาาา
 

จะบาปมั๊ยเนี่ย??? มาพร่ำเพ้อ เหอๆ
 
 
13 juillet

รู้สึกดี (อยากร้องไห้)

 
 
วันนี้ได้ไปงานบวชคนสำคัญมา ดีใจมากมายที่เค้ามีวันนี้ และดีใจที่ได้ไปร่วมงาน

มันรู้สึกซึ้งๆนิดนึง เหมือนกับเรารู้จักกันมานาน

ได้เห็นสิ่งดีๆ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเค้าในทางที่ดีขึ้น

ได้รู้ว่าเค้าจะโตพอที่จะพร้อมไปพบกับสิ่งใหม่ๆในชีวิตอีกก้าวหนึ่ง

พร้อมจะนำสิ่งดีๆที่ได้รับไปใช้ในชีวิตในวันข้างหน้า

ขอให้เค้าตั้งใจมากๆ ภาวนาระลึกถึงแต่สิ่งดีๆ แค่นี้ชั้นก็พอใจแล้ว
 
 
 
ส่วนชีวิตชั้นหลังจากวันนี้ก็คงว่างมากมาย

ก็จะพยายามเต็มที่กับชีวิตตัวเองให้มากๆ

ทำหลายๆสิ่งที่ฝันไว้ให้เสร็จ ให้พร้อม

แม้การใช้ชีวิตคนเดียวมันอาจยากกว่าที่คิดไว้ แต่ชั้นก็ต้องทำให้ได้

ถ้าเรารู้จักปล่อยวางบ้าง  รู้จักนึกแต่สิ่งดีๆ ด้านดีๆของมัน
 
มันก็คงไม่ได้ยากไปกว่าที่คิดไว้หรอก
 
 
 
แล้วพอเรากลับมาเจอกันอีกทีคราวนี้ก็คงก้าวไปด้วยกันได้ซะที

อีกสามเดือนนะไม่นานหรอก อีกไม่นาน
 
 
 
น้ำตาเกือบจะไหล 555+
 
5 juillet

อีกครั้ง

 
เย็นไว้ๆอีนู๋
โกดอีกแล้ว
จะรู้ตัวมั่งป่ะ -*-
ทำไมเป็นแบบนี้
 
 
เวลาแค่นิดเดียวกะเศษเหรียญสักนิดหน่อย
โทรมาหน่อยคงจะรุ้สึกดีกว่านี้
เธออาจจะคิดว่า เออเด๋วบอก ตอนโทมา ไม่เป็นไรหรอก
กับชั้นอ่ะไม่เป็นไรหรอก กะเพื่อนล่ะคำพูดมันสำคัญมากๆ
คำไหนคำนั้น ยังไงยังงั้น มันก็ดีที่รักเพื่อน
ชั้นก็รักเพื่อนชั้น แต่แบบเข้าใจมะ!!!แบบว่าเราน่ะ    เราเนี่ย...!!!
ไปไหนก็ควรจะบอกกันสักหน่อย
ไม่ว่ามันจะฉุกเฉิน มันจะรีบซักแค่ไหนก็ตาม
ไม่เข้าใจความรู้สึกกันเลยหรอไง รู้มั๊ยพอโทไปละบอกไปเที่ยวเนี่ย
มันอึ้งๆนะ แบบทำไมถึงไป  ทำไมชั้นไม่รู้
 
เค้าคงไม่ได้เป็นคนแรกที่ตัวเองนึกถึงใช่มั๊ย
เสียใจหว่ะ คนเค้าอุส่าเป้นห่วงไม่ว่าตัวเองจะทำอะไร
เป็นห่วงมากไปหรอ
 
 
---"mode: ความรู้สึกนี้ >> อีกครั้ง...."---
 
 

ลืมไปเผลอบ่นซะแล้ว  เค้าอโหสินะ   อโหสิ
ก็แค่เสียความรู้สึก  เค้าคงนึกถึงเรื่องตัวเองมากไป
วันหลังจะพยายามคิดให้น้อยๆลง
หรือไม่คิดเรยดีมะ จะได้ไม่เจออารมแบบนี้อีก
 
พิมไปน้ำตากุก็แหมะไป  มันน่าเสียใจขนาดนั้นเรยหรอกุเนี่ย
ชั้นนี่มันสำคัญขนาดนี้เลย......นี้เองหรอ
 
 
อโหสิ  สาธุ
15 juin

เพื่อน >> กุสามตัว

 

วันนี้ไปตะลอนกะเมทเก่าๆ
จะเรียกว่าเมทเก่าได้รึเปล่านะ แบบว่าเราไม่ได้อยู่หอด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่เนอะ อิอิ
พอดีตาล หรือหนูเจี๊ยกของเรานั่นเองให้ไปเลือกโน๊ตบุ๊คให้ และก้อไปกะพี่แป๋มด้วย
แบบว่ากลับมาเจอกันก็นึกถึงเมทๆอ่ะ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ คิดถึงเพื่อน
แล้วก็ยังได้เจอโอ อีโชติแล้วก้อนิ่ม คิดถึงพวกเมิงเหมือนกันแต่ได้เจอกานแป๊บเดียวเอง
ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่จริงๆแล้วเพื่อนมหาลัยที่ชั้นอยากเจอมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น
เพื่อนโบ๊ทและเพื่อนอุ๊ของชั้น คิดถึงแกสองตัวหว่ะแม่ง เมิงจะคิดถึงกุมั๊ยน๊าาาาา
ต่างคนก็เริ่มเดินตามอนาคตของตัวเอง กุหวังว่าเราคงจะได้เจอกันพร้อมหน้าสามตัวอีกหว่ะ

เมิงสองคนรู้มั๊ยว่ากุดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกะเมิง
โบ๊ทเมิงอะเป็นเพื่อนสนิทกุคนแรกตั้งแต่รับน้องเลย
กุกะเมิงไปไหนก็ไปเป็นคู่ เดินก็เดินจับมือกัน
นอนก็นอนเตียงเดียวกัน ทั้งๆที่เตียงก็แคบเหลือเกิน
อาบน้ามก็อาบด้วยกัน
ก็กุกะเมิงกลัวผีเป็นที่สุดเลยนิหว่าเนอะ 555
เดินติดตูดกันเป็นเงาเลยตอนปีหนึ่งอ่ะ
เราเป้นกันมากก่าแฟนซะอีกเมิงว่าป่าววะ
แม้ว่าพอปีสองแยกเอกเราจะไม่ค่อยได้เรียนด้วยกัน
แต่เราก็ยังเป็นเมทกันเหมือนเดิม
อยู่ด้วยกัน บ้าบอด้วยกันไปตามประสา
แล้วเราก็เริ่มมีอุ๊เค้ามาเพิ่มอีกคนรวมตัวเป็นพาวเวอร์พัฟเกิร์ล
ชีวิตเราก็เริ่มทำอะไรด้วยกันสามคนมากขึ้นๆ
อยู่อย่างกะเป็นผัวเมียกันเลยเมิงๆว่าป่ะ
หนังผีอ่ะ ดูมันเข้าไป แต่พวกเราก็กัวกันเหลือเกิน
กินก็ยัดๆเข้าไป แต่ก็มาบ่นกันว่าอ้วนจังวะพวกเรา
ออกกำลังกายทำได้สองวันแล้วพวกเราก็หยุดนิ่งยาว
กุสามตัวอย่าให้เพลงแรดดังขึ้นในเชียร์อะ ไม่งั้นกุสามตัวต้องแดนซ์กันขาสั่นเลย
มันกลายเป็นเพลงประจำของเราสามตัว เมื่อเพลงนี้ขึ้นเพื่อนๆต้องเรียกพวกเราให้มาโชว์
ฟังเพลงนี้ทีไรกุก็อยากให้เมิงๆมาเต้นกะกรูอีก เท่ง โหน่ง หม่ำ ของกุ

การใช้ชีวิตสามตัวกุว่ามันก็ดี ต่างคนต่างนิสัย
ตัวกุเองชอบบ่นชอบดุ กวนตีน แต่กุก็ชอบขี้แงให้พวกเมิงปลอบอยู่บ่อยๆ
อุ๊ซึ่งตอนแรกกุกะโบ๊ทดูว่ามันเป็นคนเรียบร้อยสุดแสน ขี้อาย
แต่จิงๆแล้วอุ๊หรือ เฟินของเราเนี่ยแม่งสุดจะเกินคำบรรยาย แล้วก็ขี้ใจอ่อนซะเหลือเกิน
กุยกนิ้วให้เมิงเลยเฟิน เฟินอ่ะเมิงสอนให้กุกล้าแสดงออกรู้ป่าววะ
เมิงสอนให้กุหน้าด้านมากขึ้นเยอะเรย
ส่วนโบ๊ทอะเมิงก็กวนติงเช่นเดียวกะกรู
เมิงอะเป้นคนใจแข็งดื้อ มุ่งมัน คิดปุ๊บทำปั๊บ ใจร้อนมากเพื่อนกุคนนี้
แต่เรื่องที่สำคัญก็คือเมิงสอนให้กุประหยัด ไม่ดิขี้เหนียวตะหาก 555
เค้าเรียกว่ารู้จักใช้เงินให้เป็น


สรุปแล้วเรื่องที่เมิงสองคนสอนกุก็คือ " ชีวิต " น่ะแหละ ถ้าไม่มีเมิงสองตัวกุก็คงขี้แงมากกว่านี้
ถ้าไม่มีเมิงสองตัว กุก็คงไม่ได้เจอเพื่อนที่ดีๆแบบพวกเมิง
กุคิดถึงเมิงสองตัวหว่ะ
แล้วกุก็รักพวกเมิงมากๆด้วย


 

14 juin

โกรธ

 

โกรธ.............!!!!!!!

คำพูดอะไรก็ตามที่พูดมากับชั้น

ขอให้ทำตามที่พูดหน่อยได้รึป่าว

ขอให้นึกถึงกันบ้าง ความรู้สึกน่ะมันสำคัญนะ

ต่อให้ชั้นรักมากแค่ไหน  แต่ความรักมันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีไปตลอดหรอกนะ

แล้วยังไง...ชั้นจะทำอะไรเธอ ชั้นก็ได้แต่รู้สึกไม่ดี

เธอล่ะ? จะรู้มั๊ยว่าชั้นคิดยังไง จะรู้มั๊ยว่าชั้นน่ะยังเป็นคนเดิม

คนที่ให้ความสำคัญกับคำพูด และก็เชื่อคนง่าย

อะไรที่ทำได้เมื่อพูดมาก็เชื่อไว้ใจ มั่นใจ เชื่อว่าจะทำอย่างนั้น

แต่พอมันไม่ใช่ ความรู้สึกมันแบบว่า...อะไรกัน?

จะพูดมาทำไม ไม่ต้องมาเอาใจหรอกนะ

หากการเอาใจมันคือแบบนี้   รักกันมากเลยที่ทำแบบนี้

จริงๆมันไม่ได้เกี่ยวกับความรักใช่มั๊ย

มันคือการดูแลเอาใจใส่ และความเข้าใจกันต่างหาก

เข้าใจความรู้สึกกันสักหน่อย มันก็คงจะดีกว่านี้

 

วันนี้ ทำให้ชั้นย้อนนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนของเรา

มันก็เป็นแบบนี้ เธอไม่รู้เลยหรอว่าเมื่อก่อนชั้นรู้สึกยังไง

ที่เธอทำกับชั้นเหมือนเดิมอีกแล้ว...ชั้นเริ่มรู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง

ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยนะ

13 juin

ภาพการตะลอนมะวานจ้า

walk walk walk with ma sweet

 Photo by: Chin
(ให้เครดิตเค้าหน่อย อิอิ)
 
11 juin

ตะลอนอิ่มบุญกะคนหล่อฮังก้วย

 
วันนี้ไปสัมภาษณ์งานมารอบแรกค่า
อะแบบว่าตื่นเต้นนิดนึง ออฟฟิศเค้าอยู่ชั้น 20 ก็เข้าลิฟต์ไปทันที
แต่ว่าเอ๊ะงงเลย มันดันมีถึงแค่ชั้น 6 เลยต้องถามคนในลิฟต์เอา
ต้องเดินไปต่อลิฟต์อีกตัว อับอายจิงๆ
มาถึงออฟฟิศเป็นออฟฟิศเล็กๆบรรยากาศดูไม่น่ากัวอย่างที่คิด
พี่เค้าก็ให้กรอกๆ เสดปุ๊บซวยอีกรอบคือดันลืมรูปอีก
ไม่ไหวๆคงหมดหวังแน่เรย พอกรอกใบเสดก็ไปสัมภาษณ์คร่าวๆ
ก้อดีพี่เค้ากันเองเลยไม่ตื่นเต้นดีมากมายอ่ะ
ไปถึงตอน 8.30 เสดตอน 9.00 รวดเร็วมาก
เพราะว่าต้องรอไปสัมภาษณ์รอบสอง
รอบหน้าคงถึงเวลาโหดจิงๆอ่า
แต่จะได้ไปสัมภาษณ์รอบนั้นรึป่าวก็ไม่รู้ แอบฝันๆ
 
 
จากนั้นก็ไปท่าพระจัน เพราะนัดเพี้ยนไว้จะไปวัดกัน
เริ่มที่ไปหาของหม่ำ กะพี่โบ พี่เปรม
แล้วพี่ๆก็ซื้อแว่นกาน ท่านแอ็คเค้าเลยได้ฟรีมาหนึ่ง
สงเคราะเด็กตัวดำๆโดยพี่โบ  แล้วเราก็แยกย้าย
แล้วก็เดินๆๆด้วยรองเท้าส้นสูง ขอไม่สุภาพปวดติงมากเยยค่า >__<
เดินจากท่าพระจันมาท่าช้าง ข้ามเรือไปวัดระฆัง
แล้วก็ข้ามกลับมาเดินไปท่าเตียนเข้าวัดโพธิ์
แล้วก็ข้ามเรือไปวัดอรุณ แล้วก็ข้ามกลับมานั่งเรือด่วนมาลงพระราม7
และก้อต่อรถกลับบ้าน แบบว่าวันนี้มีแต่เดินๆแล้วก็ยืนๆ
กลับมาปวดขามากมาย ขาจะหักแล้วค่า
แล้วที่สำคัญมีเรื่องเครียดแบบว่าไปชั่ง นน มาอ่า
ฮือ หลังจากกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านตอนนี้ 49.5  อ่า
ขึ้นมาเกือบ 1.5 โลเลยง่า ไม่ได้แล้ว จะสมบูรณ์เกินไปแล้วอะ
ขาเล็กสะโพกเล็กแต่เอวกลมแขนโต น่าอนาถ
เห้อ !นับวันหุ่นข้าพเจ้ายิ่งเหมือนตุ๊กตาล้มลุกขึ้นทุกวันนนน
 
 
แต่อย่างน้อยวันนี้ก็มีความสุขดี
กับการที่ได้ไปไหว้พระที่ชอบ
ได้ไปสวดบทชินบัญชรในวัดระฆัง
สวดในห้องสมเด็จพุฒาจารย์โต
มาวัดนี้ก็หลายครั้งแต่ไม่เคยได้เข้ามาห้องนี้สักครั้ง
สวดคาถาบทนี้มาตั้งแต่ ม.2 แต่ก็ยังไม่เคยได้สวดต่อหน้าท่านสักครั้ง
วันนี้ก็เลยรู้สึกดีมากเป็นพิเศษ มันตื้นตั้นจนบอกมะถูกอ่า
แล้วก็ไปไหว้พระพุทธไสยาสน์ที่วัดโพธิ์ เป็นพระที่สวยมากจิงๆ
มากี่ครั้งก็ยังชอบ พระสวย แสงสวย โบสถ์สวย
อะไรๆก็ดีไปหมด เพียงแต่ว่าฝนมันทำท่าจะตกน่ะซิ
ก็เลยต้องรีบข้ามเรือไปวัดแจ้งต่อ
แต่ว่าระหว่างเรืออยู่กลางแม่น้ำฝนก็ตกหนักมากกกกก
เลยต้องติดอยู่ที่ท่าเรือ พอฝนซาเข้าวัดๆก็เริ่มปิดแล้ว
เลยรีบเดินไปโบสถ์ ไปสวดบูชาสารีริกธาตุ
วัดนี้ที่ชอบอาจเพราะว่าได้มาตอนเด็ก และได้มาในวันเกิด
พอเข้าไปนั่งในโบสถ์ทีไรก็รู้สึกไปเองว่าวัดนี้สงบและทำให้จิตเราไม่คิดเรื่องอื่น
รู้สึกอยากนั่งไปนานๆ
พออกจากโบสถ์ก็ไปเดินรอบๆวัด ก็มีนักท่องเที่ยวน่าจะเป็นคนเกาหลีมั้ง
มาถามเราว่าคนไทยรึป่าว?แล้วก็ให้ช่วยหาร้านอาหารอร่อยๆ
เค้าอยากกินต้มยำกุ้งกะแกงกระหรี่ง่ะ ไอ้เราก็นึกไม่ออกว่าที่ไหนดี ถามเพี้ยนๆก็นึกไม่ออกเช่นกัน
ก็เลยบอกไปเยาวราช 555
เค้าก็เอาแผนที่มากางให้เราจิ้มที่จะไป
ไม่รู้เค้ากินแล้วจะถูกใจป่าว
เค้ามากันสองคนด้วยผุ้ชายคู่อ่า สงกะสัย ^^ เกย์แน่เลยอ่า หุๆ
วันนี้ตาเพี้ยนเค้าใส่แว่นใหม่ซะ หล่อฮังก้วยมากๆ
แบบว่าพี่แกใส่ตลอดง่า ฝนจะตกแดดจะออก อิอิ
บ้าเห่อจิงหว่ะ  แถมยังมั่นใจอีกตะหาก คนอะไรเนี่ย
 
 
 
8 juin

ตลกตัวเองหว่ะ 555

 *********************************************************************

แบบว่าวันนี้เข้าใจแล้ว   ว่าตัวกุเองเนี่ยแหล๊ะหนา ที่คิดมาก  งี่เง่าไปเองทุกที

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยเจอกัน   แต่จริงๆแล้วเค้าก็ยังเหมือนเดิม  ชั้นนี่มันบ้าบอหว่ะ

---------------------------------------------------

วันนี้เราได้เจอกัน มีความสุขมากมาย จริงๆนะ

ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ

แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว สุขกับวันนี้ สุขกับสิ่งที่ได้เห็นได้รู้สึก

ว่าความจริงแล้วเค้าก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ที่ชั้นงี่เง่าอาจเพราะเค้าไม่มีเวลา แล้วเค้าก็เหนื่อยจนลืมว่าชั้นรอเค้าอยู่นะ

พอชั้นงี่เง่า เค้าก็เลยอารมเสีย ก็เค้าคงอยากจะสบายใจหลังจากไปเหนื่อยมา

แต่ชั้นนี่สิ เป็นคนรักที่ไม่ดีเลย แทนที่จะทำให้เค้าสบายใจมากขึ้น

แต่กลับทำตัวงี่เง่า ให้เค้าต้องเหนื่อยมากขึ้นไปอีก

ขอบคุนนะที่วันนี้ทำให้เค้าตาสว่าง แบบว่าคนมันมีความสุขอะ

สุขกับการนั่งกินข้าวด้วยกัน นั่งฟังเพลงด้วยกัน บ้าบอด้วยกัน

หัวเราะด้วยกัน กวน(ตีน)ด้วยกัน เดินไปข้างๆกัน แค่นี้ก็พอแล้ว

อย่าเพิ่งไปหวังว่าอนาคตของเรามันจะเป็นอย่างนั้นอย่างงี้

ทำวันนี้ของเราให้มันดี ซักวันมันก็ต้องมีวันนั้น

ขอให้เรามั่นคง ให้ชั้นมั่นใจกับเค้าให้มากอีกซักหน่อยว่าเค้ารักชั้นจริงๆๆๆๆ

ชั้นก็ไม่ต้องการถามอะไรเค้าอีกแล้วแหละ เพราะชั้นคงจะพบคำตอบแล้ว

 

PS, "จริงแล้วก็แบบว่าแค่น้อยใจแหละมั้ง  ก็อย่าทำงี้บ่อยดิ ไม่ได้อยากจะงี่เง่าซะหน่อยยย"

*********************************************************************  

5 juin

มันยากที่จะเข้าใจ(ความรู้สึกตัวเอง VS ความเป็นจริง)

 
 
ทำไมชั้นต้องทำตัวแบบนี้
ทำไมต้องร้องไห้ก่อนนอนทุกคืน
ทำไมน้ำตามันต้องไหลเวลาพูดว่าฝันดี
ทำไมเมื่อวางสายแล้วต้องมานั่งคิดอะไรมากมาย
คิดไปว่าเค้าคงเบื่อชั้นแล้ว
คิดไปว่าเค้าคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่า
คิดไปว่าที่ผ่านมาชั้นมันไม่ดีพอ
คิดไปว่าเค้านี่หรอคนที่บอกว่ารักชั้น
และที่สำคัญชั้นชอบคิดไปว่าคนอื่นเค้าเหมาะสมกับเธอมากกว่าชั้นซะอีก
เธอเลือกผิดคนแล้วแหละ..ชั้นคิดแบบนั้นอยู่เสมอเวลาที่ต้องเจอปัญหา
เธอคบกันคงจะดีกว่าชั้นคนนี้ละมั้ง
ชั้นชอบคิดแบบนั้น ถ้าเค้ารู้เค้าคงถามว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น
ชั้นก็อยากตอบเหลือเกินว่า ลองมองดูรอบๆตัวเธอสิ
อะไรๆมันก็ช่างลงตัวไปซะหมด ชั้นคิดว่าอาจจะดีทีเดียวเลยแหละ
และเธอก็คงมีความสุขกว่านี้ ร่าเริงกว่านี้
พอ พอ ๆ นี่ที่ชั้นคิดนะ ยีงมีอีกเยอะเลย
แต่ถ้าจะให้เป็นแบบนั้นจริงๆ ชั้นคงยังรับไม่ได้หรอก
 
 

พอมานั่งดูตัวเองจากหลายคืนที่ผ่านมา
เออ..ชั้นมันดูงี่เง่าดีจริงๆเลย
งี่เง่าที่คิดว่าทำไมเราไม่ได้เจอกันเลย
งี่เง่าที่คิดว่าถ้าเค้าว่างเค้าจะโทรมาบ้างไหม
งี่เง่าที่คิดว่าเค้าจะโทรมาบ้าง หากชั้นเงียบหายไป ไม่เลยเค้าไม่สนหรอก
งี่เง่าที่คิดว่าหากชั้นบอกว่าอยากเจอเค้าจริงๆ เค้าจะมาหาชั้นไหม
งี่เง่าที่คิดว่าอิดฉาคนอื่นที่ได้เจอเค้า เจอบ่อยกว่าชั้นซะอีก
ก็ดูสิที่ชั้นบ่น  ดูหัวชั้นมันคิด ก็คิดได้แต่อย่างนี้แหละอีนู๋ต๊อปเอ้ย
แกนิมันไม่เข้าเรื่อง แล้วยังงี่เง่าอีกนะ
 
 
อยากบอกว่าอยากเจอ อยากเจอซักวันได้รึป่าว
อยากบอกว่าอย่าเพิ่งไปนอนเลย อยู่คุยเป็นเพื่อนก่อนได้ไหม
อยากบอกว่าหากจะพูดว่าคิดถึง ขอให้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆแล้วค่อยพูดออกมา
มันคงจะรู้สึกดีกว่า..ดีกว่าที่พูดคิดถึงแต่น้ำเสียงกลับเย็นชาและเบื่อหน่ายเหลือเกิน
ไม่ใช่ว่าพอชั้นพูดคิดถึงแล้วเค้าจะมาคิดว่าเออมันต้องพูดตอบว่าคิดถึงเหมือนกัน
มันไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ หากคำพูดที่พูดออกมามันไม่ได้มาจากความรู้สึกจริงๆเลยสักนิด
แต่หากคิดอย่างนั้นอย่างที่พูดจริงก็ดีใจนะและรู้สึกดีมากๆ
 
 
 
 
10 mai

คนเพี้ยนๆ ที่ดีที่สุด

 
 
วันเวลาเก่าๆที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเรา
เรื่องราวต่างๆที่มันไม่น่าจดจำระหว่างเรา
ชั้นพยายามที่จะลืมมันไป ชั้นเคยคิดว่าวันเวลาต่างๆเหล่านั้น
มันคงไม่อาจจะย้อนคืนมาได้เพราะชั้นไม่อาจที่จะรับมันได้
และไม่คิดว่าเค้าจะยังนึกถึงชั้นเสมอๆ
 
 
ทั้งๆที่โกรธเค้า
ทั้งๆที่ไม่อยากจะเจอหน้าเค้าอีก
ทั้งๆที่พยายามจะหนีและลบเค้าออกไป
ไปให้ไกลอย่าได้มานึกถึงกันอีก
 
แต่สุดท้ายในวันนี้
เค้าก็เป็นคนที่ชั้นได้เจอหน้าเค้าทุกๆวัน
และอยากเจอทุกๆวันตลอดไป
อย่างที่เค้าบอกกันว่า "ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ"ใช่รึปล่าว
 
 
แต่ตอนนี้ชั้นไม่ได้เกลียดเค้าหรอกนะ
เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเราตอนนี้
ในทุกๆวันนี้ มันเป็นเรื่องราวดีๆที่น่าจดจำ
แล้วที่สำคัญเค้าออกจะเป็นเด็กดีขนาดนี้
ชั้นต่างหากที่ชอบคิดอะไรแบบเด็กๆ
ชอบไม่เชื่อใจเค้าอยู่เสมอๆ
และก้อยังชอบทำตัววุ่นวายให้เค้ารำคาญ
ขอโทดนะหากทำอะไรไปไม่ดี
บางครั้งก็อาจรู้ตัว  บางครั้งก็ไม่รู้ตัวหรอก
แต่ก็ขอให้เข้าใจเค้าหน่อยที่เป็นแบบนี้ก็เพราะใครกันเล๊า
 
 
ขอบคุนนะ ขอบคุนที่กลับมาแล้วสร้างความทรงจำที่ดีๆให้กับชั้นคนนี้
อย่างน้อยเค้าก็ทำให้ชั้นรู้ว่าเวลาที่ชั้นไม่มีใครเค้าเนี่ยแหละที่คอยอยู่ข้างๆชั้น
เวลาที่ชั้นเสียใจ เวลาที่ชั้นเหนื่อย ท้อแท้ เค้าก็คอยให้กำลังใจเสมอมา
แม้เค้าจะไม่พูดอะไรเลย แต่มีเค้าอยู่ชั้นก้อรู้สึกดีขึ้นมากแล้วแหละ
แค่นี้ก้อคงพอแล้วชั้นคงไม่ขออะไรมากมายไปกว่านี้
ขอแค่ให้เราได้อยู่ข้างกันไปนานๆ ตลอดไป
 
 
 
3 mai

thx everything that U think

 
บังเอิญได้ไปอ่านสเปซของชายคนนึงมา
ผู้ชายคนนี้ชั้นเห็นเค้ามานานแล้วแหละ
เห็นผลงานของเค้า ได้ยินเสียงเค้าผ่านบทเพลง
แต่ชั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ชั้นคิดเพียงแค่ว่าชั้นชอบเพลงที่เค้าร้อง
 
 
แต่พอได้ไปอ่านสเปซ จึงทำให้รู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้มีมุมมองที่ดีจัง
ได้รู้ถึงตัวตนของเค้าในบางมุม เค้าคิดดีจัง เค้าอารมณ์ดีจัง
และเป็นคนสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองได้เก่งจัง
ทำไมชั้นไม่คิดอะไรดีดี เหมือนเค้าได้มั่งนะ
เค้าดูเข้าใจตัวเอง เค้าสามารถถ่ายทอดตัวเค้าเองออกมาได้
ว่าวันนี้เค้าเป็นอะไร  เค้ารู้สึกอะไรด้วยถ้อยคำที่จริงใจ
 
 
แล้วชั้นก็กลับมาคิดว่า เออทำไมเวลาชั้นรู้สึกอะไร
ชั้นต้องพยายามปกปิดเอาไว้ พยายามคิดว่าชั้นเป็นคนเดียวดีกว่า
คนอื่นอย่ามาสนใจชั้นเลย ชั้นก็ได้แต่พูดพร่ำของชั้นไป
โดยที่เค้าไม่เคยรู้เลยว่าชั้นเป็นอะไร ชั้นเจออะไร ชั้นรู้สึกอะไร
ก็เพราะชั้นเองที่ไม่พูดไปตรงๆ
 
 
ขอบคุนผู้ชายคนนั้นที่ทำให้ได้อ่าน Blog ดีๆ
หวังว่าเค้าคงจะสร้างแรงบันดาลใจให้กะใครอีกหลายๆคน ไม่ว่าจะในด้านไหนก็ตาม
 
22 avril

อยู่แค่เอื้อมมือ

 
 
 
กลางดึกดื่นคืนที่ดาวแต้มราวฟ้า
เปลือกหอยเล็กเล็กเงยหน้า..ชื่นชม แสงสวรรค์
ดาวดวงน้อยสวยงาม ล้ำค่า เกินจะรำพัน
ทอแสงอยู่บนนั้น..คงสุขดั่งสวรรค์ทุกวันคืน

ดาวดวงน้อยลอยคว้างกลางอากาศ
ก้มลงมองที่ริมหาด...สาดฟองคลื่น
มีเพลงรักจากทะเล เห่กล่อมทุกวันคืน
เปลือกหอยเล็กเล็กคงเริงรื่น สุขใจ

หาดทรายนี้มีแต่เสียงเพลงเศร้า
ค่ำคืนแสนเงียบเหงา..มืดมิดจนใจหาย
อยากเกิดเป็นดาว พราวพร่าง กลางฟ้าไกล
ไม่เหมือนเปลือกหอย ไร้คุณค่าใดใด กร่อนไปทุกวัน

ส่วนดาวดวงน้อยผู้แสนว้าเหว่...
อยากลงไปนอนฟังเสียงกล่อมจากทะเล ตรงหาดสวรรค์
นอนแนบแก้มเบาเบากับทรายนุ่มไปชั่วนิรันดร
เหมือนได้พิงพักอยู่ในบ้าน ไม่ต้องอยู่บนนั้นอย่างเลื่อนลอย

เพราะสิ่งมีชีวิต มักไม่เคยพอใจ
ต้องการไขว่คว้าเรื่อยไป..จนหัวใจท้อถอย
ยิ่งสูง ยิ่งหนาว ยิ่งปวดร้าวเลื่อนลอย
หากติดดิน ก็ยิ่งต่ำต้อย กำลังใจลดน้อยลงทุกวัน

มองให้เห็นถึงความสวยงามที่แตกต่าง
หากปล่อยวาง หยุดฟุ้งเฟ้อ เอาแต่เพ้อฝัน
ทุกสิ่งมีคุณค่าในตัวตน หากค้นพบมัน
ไม่ต้องไปถึงแดนสวรรค์ เพราะความสุขนั้น อยู่แค่เอื้อมมือ

"ทุกสิ่งมีคุณค่า หากเราหามันเจอ "

ที่มา:ทำดีดอทเนต